วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การต่อลงดิน และวงจรที่ห้ามต่อลงดิน

การต่อลงดิน และวงจรที่ห้ามต่อลงดิน
    การต่อลงดินมีความสำคัญมาก
    หลักการต่อลงดินและข้อกำหนดตามมาตรฐาน วสท.นั้น   ได้อธิบายไว้โดยละเอียดและมีตารางสรูปการใช้สายกรานด์ สายต่อลงดิน ต่างๆ เช่น อาจจะดูจากขนาดสายตัวนำประธาน , ดูจากขนาดกระแสขนาดเครื่องป้องกันของวงจรนั้นๆ  และข้อเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตามที่ถูกต้อง   , แต่ที่สำคัญที่หลายๆคนไม่ทราบคือ ส่วนที่ถูกยกเว้นไม่ให้มีการต่อลงดิน ทั้งนี้อาจจะสังสัยแต่กลับเป็นการระบุไว้เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยนั้นเองส่วนเหตุผลนั้นต้องสอบถามที่ วสท. เองนะครับหลักการและเหตุผลคืออะไรจึงกำหนดมาเช่นนี้


ตัวนำประธาน สายป้อน วงจรย่อย

ตัวนำประธาน สายป้อน วงจรย่อย
     การหาขนาดสายไฟฟ้าที่ใช้ เป็นสายไฟตัวนำประธาน สายป้อน และวงจรย่อยต่างๆ
  
รูปแสดงการออกแบบขนาดสายประธาน สายป้อน
     การคำนวนหาสายประธาน การใช้ตัวประกอบดีมานด์แฟกเตอร์ ตัวลดต่างๆ ที่นำใช้คำนวนหาเพื่อลดขนาดลงตามความเหมาะสมและต้นทุนที่เหมาะสม เพราะสายประธาน สายป้อน มีขนาดใหญ่และค่าใช่จ่ายต้นทุนสูงที่สุด ทั้งยังมีผลต่อขนาด KVA ของหม้อแปลงที่จะต้องซื้อมาติดตั้งด้วย

ที่ว่างเพื่อปฏิบัติงานสำหรับบริภัณฑ์ไฟฟ้า

ที่ว่างเพื่อปฏิบัติงานสำหรับบริภัณฑ์ไฟฟ้า
    ในการติดตั้งระบบไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นตู้ไฟฟ้าต่างๆ ต้องมีพื้นที่ว่างที่จะต้องมีไว้เพื่อสำหรับเข้าไปทำงานทั้งการปฏิบัติงานหรือซ่อมแซมตู้ ซึ่งพื้นที่ที่ว่าจะมีการกำหนดมาตรฐานการมีพื้นที่ว่างเพื่อปฏิบัติงานสำหรับบริภัณฑ์ไฟฟ้า

สามารถไปหาข้อมูลพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานสำหรับบริภัณฑ์ไฟฟ้า และข้อเงื่อนไขได้ครับที่ มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า ของ วสท.ครับ

การต่อทางไฟฟ้า(Electrical Connection) ตามนิยาม วสท.

 การต่อทางไฟฟ้า(Electrical Connection)


  การต่อสายไฟฟ้าการมาตรฐาน วสท.ก็ระบุนิยามและวิธีการในการทำงานไว้ให้สำหรับวิศวกรรมไฟฟ้าได้เรียนรู้และปฏิบัติตามมาตรฐานที่ถูกต้อง
   โดยให้นิยามว่าต้องใช้อุปกรณืที่เหมาะสมและวิธีการที่เหมาะสม
-ขั้วต่อสาย(Terminals)
-การต่อสาย (Splices)
    การต่อสายทั้ง 2 นิยามได้กำหนดนิยามการทำงานไว้เพื่อให้เกิดมาตรฐานที่ถูกต้อง

การออกแบบวงจร MAIN POWER DIAGRAM





        ตัวอย่าง การออกแบบวงจร MAIN POWER DIAGRAM ที่ต้องอาศัยการคำนวนจากตารางโหลดย่อยมาเป็นตารางโหลดรวม และจึงนำค่ากำลังไฟฟ้าที่ได้มาหาขนาดมิเตอร์ หรือขนาดหม้อแปลงที่จะขอจากการไฟฟ้าหรือซื้อหม้อแปลงตามขนาดที่ต้องการ  การหาขนาดกระแสโหลดการหาขนาดสายไฟ การคำนวนหา MCB และ CB ย่อย การเลือกขนาดท่อร้อยสายไฟฟ้้า ต่างๆให้ไปหาข้อมูลในมาตรฐาน  วสท. นะครับ มาตรฐานการติดตั้งไฟฟ้า มีข้อกำหนดต่างๆที่ต้องปฎิบัติและกำหนดต่างๆเป็น มาตรฐานขั้นต้นที่ วิศวกรรมต้องรู้และเข้าใจเป็นอย่างน้อย




วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

เขียนแบบไฟฟ้าด้วยคอมพิวเตอร์ Auto Cad Program ตัวอย่างการเขียนแมกนีติกส์ไฟฟ้า

เขียนแบบไฟฟ้าด้วยคอมพิวเตอร์  Auto Cad Program

 ตัวอย่างการเขียนแมกนีติกส์ไฟฟ้า

(ตัวอย่างการเขียน แมกนีติกส์สวิตต์)


       หลัง จากเราเปิด Cad แล้วสิ่งแรกเราวาดรูปวงกลมเพื่อสร้างหน้าคอนแทกของ แมกนีติกส์ละกัน วิธีการแล้วแต่ความถนัดนะครับ หลังไปหน้า หน้ามาหลังสุดท้ายผลเหมือนกันนะ




       เราสร้างวงกลมมาก่อน หนึ่งวง แล้วใช้คำสั่ง Copy เพื่อ Copy วงกลมเทคนิดอยู่ที่ตอนลากลงมาเราต้องกด F8 เพื่ือให้สามารถลากวัตถุในแนวตั้งฉากได้แนวเส้น ตรงกันพอดีนะครับ ได้ระยะก็วางวงกลมลงไปครับ เป็นขั้วไฟขั้วบนและขั้วล่างของหน้าคอนแทก ครับ

        เขียนลากเส้นตรงเขียนจากจุดตรงกลางวงกลมแล้วลากมุมเอียงให้ทำมุม 60 องศา  นะครับจะได้รูปที่สวยงามและมาตรฐานครับ และตัดเส้นด้วยใช้คำสั่ง Trim เพื่อตัดเส้นในวงกลมออกครับ หลังจากนั้นทำการใช้คำสั่ง Copy แล้ว Copy ให้ได้ 3 หน้าคอนแทกสำหรับไฟ 3 เฟส ถ้าต้องการหน้าคอนแทกช่วยก็เพิ่มไปนะครับ
        หลังจากนั้นสร้างเส้นควบคุมการสั่งงานของคอนแทก  ที่เส้นของหน้าคอนแทก สร้างขีดจาก จุดกลางของเส้นจากขวาไปซ้าย ตามรูปแล้วสร้างสี่เหลี่ยมคอย์แม่เหล็กไฟฟ้าขนาด ยาว 2 หน่วย กว้าง 1 หน่วยนะครับ


          หลังจากนั้นก็เป็นการเขียนอักษรกำกับขั้วต่างๆ ของแมกนีติกส์ไป ที่คำสั่ง
MTEXT แล้วลากเมาส์ที่บริเวณที่เราต้องการเขียนอักษรถ้ายากก็ไปที่ว่างๆก่อนแล้ว ค่อย Move เข้ามาก็ได้นะง่ายกว่า




          หลังจากนั้นก็ค่อย Copy ข้อความแล้วเข้าไปแก้ใช้คำสั่ง Scale ถ้าต้องการเพิ่มหรือลดขนาดข้อความ เราสามารถเปลี่ยนทั้งเส้น และตัวอักษรเพื่อแยกประเภทของเส้นและทำให้มองง่ายขึ้นนะครับ



      วันนี้ได้ละ แบบแมกนีติกส์ที่เราสามารถสร้างมาง่ายๆ เสร็จแล้วก็นำไปทำ block โดยพิพม์คำสั่ง block แล้วตั้งชื่อเช่น  Contractor เก็บไว้ใช้ได้เลยง่ายไหมละครับ







วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

การเขียนแบบไฟฟ้า

การเขียนแบบไฟฟ้า

      การเขียนแบบมีมาตรฐานหลายอย่างเช่น มอก. ISO , AISI  สามาหาข้อมูลที่ วสท. ได้แต่ข้อมูลโดยมากจะกล่าวถึงการเขียนแบบงานเครื่องกล มากกว่าแต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้
  ในการเขียนแบบงานไฟฟ้า ต้องทำงานรวมกับฝ่ายงานโครงสร้างที่แบบที่เป็นพื้นที่แต่ละชั้นแต่ละส่วน จากนั้นนำแบบต้นทางมาวางระบบงานไฟฟ้า
   1. ไฟฟ้ากำลัง
   2. ไฟฟ้าแสงสว่าง
   3. ไฟฟ้าระบบสื่อสาร

     ไฟฟ้ากำลังจะออกแบบมาจากความต้องการการใช้ไฟฟ้าของอาคารทั้งหมดเพื่อนำมาจ่ายทั้งอาคาร การออกแบบต้องวางระบบการป้องกันและไฟฟ้าสำรองที่เหมาะสมและประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างติดตั้ง
     ไฟฟ้าแสงสว่างจะออกแบบตามมาตรฐานไฟฟ้าส่องสว่างซึ่งมีมาตรฐานกำหมดความสว่างแต่ละส่วนของอาคารขั้นต่ำไว้แล้ว ส่วนในเรื่องงานออกแบบเพื่อความสวยงามนั้นจะมีการออกแบบอีกส่วนที่เป็นงานของวิศวกรรมส่องสว่างจะออกแบบออกมารวมกันกับทางผู้ออกแบบที่ต้องการมุมมองของแสงและสีของแสงเพื่อความสวยงาม
     ไฟฟ้าสื่อสาร รวมทุกระบบที่นอกเหนือจากข้างต้น เช่น โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ

 การเริ่มต้นการเขียนแบบ เริ่มจากส่วนงานย่อยๆ เพื่อคำนวนมาภาระโหลดที่ต้องการ
ในการเขียนแบบในปัจจุบันจะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เขียนโดยผม ขอเสนอโปรแกรม Auto Cad ที่รู้จักกันดีและใช้งานมากที่สุดครับ 
     สำหรับวิศวกรไฟฟ้าหลายคนที่ไม่สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เขียนแบบไฟฟ้าได้ ก็ต้องพยายามฝึกหัดเขียนและใช้งานให้คล่อง  ปัญหามักเริ่มจากการที่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรที่จะเขียนแบบเราจึงควรศึกษาการเขียนจากหนังสือเขียนแบบทั่วๆไปก่อน แล้วไปศึกษางานออกแบบระบบไฟฟ้า ไฟฟ้าแสงสว่าง ไฟฟ้าสื่อสาร ที่แต่ละแบบมีสัญญาลักษณ์ทั้งเหมือนและต่างกันออกไป
    สำหรับผู้เริ่มต้นฝึกเขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์ที่ง่ายที่สุดน่าจะเป็นระบบไฟฟ้าแสงสว่างที่สามารถคำนวนและจัดวางตำแหน่งและระบุจำนวนโคมไฟลงในแบบได้เลย  การระบุสัญญาลักษณ์และอุปกรณ์ก็สามารถสร้างและเขียนแสดงไว้ในตารางสัญลักษณ์อุปกรณ์ไว้ได้